เวียดนาม ภาค 1
ความจริงได้เขียนลง เฟซบุ๊ก มานานพอสมควรแล้ว ว่างๆ เลยเอามาลงบล็อกจะได้ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น
หนีไปเวียดนามตอนประเทศชาติวุ่นวาย รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องมาเครียดกับคนอื่นเขา ไม่ได้เข้าข้างใครหรืออินกับใครนะ เพียงแต่เห็นสุขภาพจิตคนอื่นแล้วเครียดตาม
ไปเที่ยวเวียตนามคราวนี้เน้นเรื่องกินกับศิลปวัฒนธรรม ไปชมบ้านเมืองที่สงบสุข ปราศจากนักการเมืองทะเลาะกัน (จะทะเลาะกันยังไงอะ มันมีอยู่พรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว เวิร์กจะตาย) เมืองแรกที่ไปคือไซ่ง่อน (นครโฮจิมินห์ แต่อ่านให้ดีงามต้อง ถั่งโฟ้โห่จิ๊มิง) เป็นเมืองที่เขียวมาก ต้นไม้เยอะ ตึกเก่าเยอะ แล้วตอนนี้กำลังพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งคิดว่าไม่เกินสิบปีก็เจริญแน่นอน มีแววสูง บ้านเมืองแบ่งเป็นสัดส่วน (ฝรั่งเศสออกแบบมาดี) สถานที่สำคัญของเมืองล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ (เป็นป่ามากกว่า เพราะต้นไม้สูงมาก และร่มรื่นสุดๆ) ย่านชอปปิ้งก็อารมณ์ถนนร่มรื่นแล้วมีร้านค้าตามถนน ไม่ใช่แบบห้างใหญ่แบบเมืองไทย ตอนนี้ขาดอย่างเดียวคือคนรวย แต่คิดว่าคงอีกไม่นาน นูโวริชคงเต็มบ้านเต็มเมือง

อันนี้เป็นสำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อก่อนเป็นศาลาว่าการเมืองไซ่ง่อน (Hôtel de Ville เหมือนในทุกเมืองในฝรั่งเศส) ข้างหน้ารูปปั้นมีบั๊กโห่ (ลุงโฮ) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของไซ่ง่อน ข้างๆ มีโรงแรมเร็กซ์ เราชอบการตกแต่งโรงแรมนี้มาก บุฟเฟ่ต์บนโรงแรม และบรรยากาศก็คาดไม่ถึงจริงๆ อธิบายให้เห็นภาพได้ยาก ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยสิ จินตนาการโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท ที่เพิ่มการตกแต่งให้เปลืองกว่าอีก และมีการใช้โคมสีๆ และหลอดไฟฟลูโอเรสเซนต์สีขาว กับนีออนดัดเป็นตัวอักษร กับไม้แกะสลักจีนๆ กับ ศิลปะยุค 70 ทุกอย่างที่ไม่เข้ากันเลย แต่เราจินตนาการ (ไปเอง) ว่าเป็นความหรูหราสำหรับทหารอเมริกันยศสูงๆ มาพักผ่อนกัน

ถนนในตัวเมืองที่ไซ่ง่อนจะเป็นแบบนี้ ต้นไม้ยักษ์เต็มไปหมด ทำไมกรุงเทพฯ ไม่เหลือซักต้นเลยเนี่ย

บรรยากาศเชยๆ ของพระราชวังรียูนิฟิเคชัน ซึ่งตอนนี้เปิดให้คนเข้าชม เป็นทำเนียบรัฐบาลเวียดนามใต้เก่า ก่อนที่เวียดนามเหนือชนะสงครามแล้วก็บุกเข้ามายืด

งานนี้มาทัวร์กินตามไกด์บุ๊ก ดีงามบ้างง่อยบ้างสลับกันไป ร้านนี้เป็นร้านอาหารเวียดนามปลอมๆ เน้นอาหารสวย อาหารไม่ดั้งเดิม แต่ก็อร่อยนะ ผักหญ้าเยอะตามสไตล์เวียดนาม ราคาก็โอเค

เมืองที่สองที่ไปคือ ฮอยอัน (อ่านให้ถูกก็ ห่อยอัน) เป็นเมืองที่โฟโตเจนิก ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคนไทยไม่แห่กันไป เป็นมรดกโลกที่แรกที่ไปในเวียดนาม (เดี๋ยวมีอีกสองที่ ไปจนครบเลย) สวยดี แต่จะเอ็กโซติกมากถ้าเอา ฝ และก็ร้านตัดเสื้อ (ให้ ฝ) ออก ไม่ได้ว่าว่าไม่ควรมีนะ เพราะว่ามี ฝ กับร้านตัดเสื้อก็ไม่ได้ทำให้เมืองดูไม่งาม กลับทำให้เมืองคึกคักดี และการที่มีนักท่องเที่ยว (ส่วนใหญ่เป็น ฝ) ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีเงินมาบำรุงรักษาตึกเก่าๆ นี้ไว้ และที่สำคัญก็คือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่เราชอบมีเต็มไปหมด มีความสุขกับการกินมาก อาหารเวียดนามก็ไม่แพงและอร่อย เบียร์ก็โคตรถูก ไวน์ก็ไม่แพงเว่อร์ (ข้างโรงแรมมีร้านขายไวน์ที่เขาจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้มีไวน์ราคาขายส่งขาย) ที่แนะนำก็คือร้านเค้กที่นี่อร่อยและถูกเมื่อเทียบกับเมืองไทย (ชิ้นละประมาณ 50-70 บาท เป็นเค้กแบบชอกโกแลต หรือ ทาร์ตผลไม้ ถึงแม้ว่าไม่ได้อร่อยเลิศ แต่ก็คุ้มราคากว่าซื้อเค้กเมืองไทยชิ้นละ 150 แล้วไม่อร่อย)

สภาพที่เราไม่อยากให้เขาพยายามอนุรักษ์อีก สีดูไม่ใหม่เกิน หน้าต่างซ่อมตามอรรถภาพ แต่คลองตอนนี้ปลอมเกินไปหน่อย ตลิ่งของคลอง (แม่น้ำ) กลายเป็น ฉาบปูนเรียบ น่าจะทำเป็นอิฐหรือหินมาซ้อนๆ กันให้ดูกลมกลืนกว่านี้หน่อยนะ

จากห่อยอัน นั่งรถมาประมาณชั่วโมงก็จะมาถึงหมีซอน ซึ่งเป็นเมืองของอาณาจักรจามโบราณ ยุคพุทธศตวรรษ 12-16 ซึ่งเริ่มแรกนั้นเก่าแก่กว่าอาณาจักรขอมประมาณหนึ่งศตวรรษ ไม่เข้าใจว่าทำไมเรามารู้จักอาณาจักรจามช้า ทั้งๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้ขอมเลย เมื่อก่อนเป็นคู่แข่งทางอารยธรรมจนขอมเรืองอำนาจกว่า แล้วจามก็อ่อนลงเรื่อยๆ จนญวนมากลืนอาณาจักรไปหมด (หลังจากนั้นญวนก็ลงล่างไปกลืนแขมร์กร็อม หรือเขมรล่างต่อไปอีก) ที่นี่เป็นมรดกโลกแห่งที่สองที่เราไปเยี่ยมในเวียดนาม

ลักษณะเด่นของที่นี่ก็คือการก่อสร้างด้วยอิฐ แต่มีอาคารที่สร้างในสมัยหลังที่ใช้หินทรายแกะสลักในแบบของขอม ศาสนาที่นับถือก็คือพราหมณ์ฮินดู และต่อมาภายหลังมีศาสนาพุทธมหายาน คล้ายๆ กับอาณาจักรขอม สองอาณาจักรนี้มีความสัมพันธ์กันทางวัฒนธรรม ทำสงครามกันบ่อยๆ แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทั้งทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และ ภาษา ตอนนี้ที่เวียดนามมีจามเป็นชนกลุ่มน้อย และปัจจุบันนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ บ้างก็มีฮินดู แต่ไม่มีเปลี่ยนมาเป้นเถรวาทเหมือนเขมรที่สือบทอดมาจากขอม

ศิวลึงค์บนฐานโยนี ไม่อยากเชื่อว่าทุกองค์มีความสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างอันนี้ ปราสาทถล่มเหลือแต่ซาก แต่ศิวลึงค์ยังสภาพดีฝังอยู่ใต้ดิน อีกองค์หนึ่งโดนกองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดใส่ องค์ปราสาทเสียหายยับเยิน ศิวลึงค์ไซส์ยักษ์ยังตั้งตระหง่าน ไร้รอยขีดข่วน

อันนี้เขาทิ้งศิลาจารึกให้ดูเล่น เพราะปรกติแล้ว รูปปั้นรูปแกะสลัก และจารึกต่างๆ เขาจะเก็บไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ สังเกตว่าตัวอักษรก็คล้ายๆ อักษรขอม

ซากของฐานปราสาทที่โดนทิ้งระเบิด เขาบอกว่าเป็นองค์ที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดของหมีซอน ไปเห็นสภาพแล้วอยากจะร้องไห้ เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นได้ 30 กว่าปีเอง ยังดีที่เขาเก็บเอาโบราณวัตถุสำคัญเข้าพิพิธภัณฑ์แล้ว

ร้านของที่ระลึกที่ห่อยอัน เหมือนเดิม เราก็ไม่เคยซื้อของที่ระลึกเวลาไปเที่ยว

หลังจากไปหมีซอนเราก็หมกมุ่นกับอาณาจักรจามโบราณต่อ จึงไปพิพิธภัณฑ์อารยธรรมจามใน ด่าหนัง (ชื่อเขาอ่านอย่างนี้จริงๆ อ่านแบบไม่มีวรรณยุกต์ก็เป็น ดานัง หรือเรียกว่าเมืองตูราน ตามชื่อฝรั่งเศสก็เก๋ดี) พิพิธภัณฑ์นี้สร้างโดยคนฝรั่งเศส ในใจเราคิดว่าเขาคงขุดเจออะไรเยอะแยะไปหมด จนขนกลับไปปารีสไม่ไหว เลยสร้างพิพิธภัณฑ์ที่นี่ไว้เก็บ ก่อนทะยอยส่งไป (ส่วนที่ปารีสก็คงเข้าไปในพิพิธภัณฑ์กิเม่ต์ ที่ดีดี้ไปมาหมด)
ตัวพิพิธภัณฑ์ทำได้ดีทีเดียว เนื้อหาไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็คงเพียงพอต่อคนที่มาดู ถ้าอยากรู้เพิ่มก็อ่านรายละเอียดเอาในแผ่นป้ายที่เขาจัดให้ ส่วนเรามีความสุขมากในการดูเทพเจ้าอินเดีย (ถ้าเอาไปออกข้อสอบแล็บกริ๊ง เราคงคะแนนดี)

อันนี้เป็นพระนางอุมาเทวี สังเกตขนาดพระถันให้ดี ชนะอารยธรรมขอมขาดลอย

พระพรหม เขาบอกว่าให้สังเกตสไตล์ดีๆ เขาบอกว่าเป็นแบบของตัวเอง ลักษณะคล้ายคลืงกับของอาณาจักรศรีวิชัยและอาณาจักรขอม

พระพิฆเนศ สมบูรณ์มาก และได้สัดส่วนดี ได้มาจากหมีซอนที่เราไปมาก่อนหน้านี้ จากพุทธศตวรรษที่ 12

พระอวโลกิเตศวร ตามความเชื่อมหายาน หรือที่คนจีนเรียกว่าเจ้าแม่กวนอิม เราเคยดูรายการกระจกหกด้านหรือรายการอะไรเนี่ยแหละตอนเด็กๆ ที่บอกว่าเจ้าแม่กวนอิมเป็นเพศชายที่ร่างกายเป็นอิสตรี ถ้าคิดแบบเถรวาทก็ดูทะแม่งๆ เราดูแล้วคิดถึงท่า flapping tremor ตอนเรียนซึ่งอาจารย์ แพทย์ประจำบ้านแต่ละคนสอนเทคนิคไม่เหมือนกันเลย แล้วคิดว่าที่มีนมอาจจะเพราะมี gynaecomastia ก็ได้ สมัยก่อนอาจจะไม่มีเทคนิคในการแกะสลัก spider nevi

ให้ดูรายละเอียดของงานอันนี้เป็นงานยุคหลัง ที่เราสนใจเพราะเป็นงานที่อุทิศให้พระพุทธเจ้า มีทั้งอรหันต์ อัครสาวก ซึ่งทั้งหมดได้มาจากปราสาทที่ด่งเยือง (Đồng Dương)

พระพุทธเจ้าบนบัลลังก์ ขนาดใหญ่มาก ทำให้เราคิดถึงรูปปั้นซุสแห่งโอลิมเปีย ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า
เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีต่อ ภาค 2











